มาท่องเที่ยวที่ยูนนาน ต้องรู้ประเพณีและข้อห้ามของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ด้วย……


  

ในประเทศเรา

มีชนกลุ่มน้อยในมณฑลยูนนานมากที่สุด

และประเพณีของชนกลุ่มน้อยแปลกพิเศษ และมีข้อห้ามมากด้วย

มาท่องเที่ยวที่มณฑลยูนนาน

นอกจากดูทิวทัศน์และดูมนุษยศาสตร์แล้ว

ยังต้องใส่ใจในข้อห้ามหน่อย

ต้องรู้ประเพณีและข้อห้ามของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ด้วย

ร้องเพลงโต้ตอบ

ร้องเพลงโต้ตอบเป็นวิธีประเพณีแห่งความรักหนุ่มสาวของหลายชนกลุ่มน้อย ยังเป็นวิธีการเฉลิมฉลองของเทศกาล  

เช่นกิจกรรมประเพณี“โหยวฟาง”ของชนชาติแม้ว และ“ช่างเฟิงหลิว”ของชนชาติเย้า และ“ล่างเซ่าเหอก่านเปี่ยว”ของชนชาติปูยี และช่างเตี้ยวจี่ของชนชาติลาหู่และชนชาติฮานีและชนชาติไป๋ และร้องเพลงพื้นบ้านช่างซานเกอของชนชาติธิเบตและกิจกรรมประเพณีอื่นๆ กิจกรรมประเพณีพวกนี้ทั้งหมดเป็นหนุ่มสาวของชนกลุ่มน้อยการแลกเปลี่ยนความรู้สึกโดยผ่านการร้องเพลงโต้ตอบ เพื่อการมองหาคู่รัก ซึ่งเป็นวิธีการและวิธีการเลือกคู่รัก  

 เนื้อหาการร้องเพลงโต้ตอบตามทำนองและเนื้อเพลงที่ยอดนิยมในท้องถิ่น  การเรียบเรียงเนื้อหาเพลงชั่วคราวขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคู่รัก เสียงเพลงลดลงเพิ่มขึ้นหยุดชั่วคราวยับยั้งการเปลี่ยนอย่างดี เป็นคำตอบที่น่าสนใจมาก  

แต่งงานร้องไห้

แต่งงานร้องไห้ยังเรียกว่าออกเรือนร้องไห้  เป็นประเพณีการแต่งงานของชนชาติจ้วงและชนชาติยี่และชนชาติธิเบตและชนชาติอื่นๆ โดยทั่วดำเนินการในไม่กี่วันก่อนวันแต่งงานหรือในวันแต่งงาน โดยให้แม่ของเจ้าสาวและผู้หญิงในครอบครัวของเจ้าสาวร้องไห้พร้อมกับเจ้าสาวด้วย แสดงให้เห็นว่าเจ้าสาวเศร้าโศกเพื่อลาจากชีวิตในช่วงสาวน้อย และเพื่อการตอบแทนพระคุณเลี้ยงดูของพ่อแม่ และเพื่อลาจากอาลัยอาวรณ์ในครอบครัว ยังมีความหมายในการไม่พอใจกับการแต่งงาน  

ฉุดสาวมาแต่งงาน

ที่ชนชาติยี่ และชนชาติไต่ และชนชาติไป๋ และชนชาติอาชาง และชนชาติลี่ซู่ และชนชาติจิ่งพอ และชนชาติเย้าและชนชาติอื่นๆในยูนนานมีประเพณีการฉุดสาวมาแต่งงาน มักจะเกิดขึ้นในกรณีความรักและการแต่งงานระหว่างชายและหญิงเสรีที่ถูกขัดขวาง เรื่องนี้ต้องได้รับการยอมรับจากผู้หญิงก่อน แล้วให้ฝ่ายชายนัดเพื่อนๆไปฉุดสาวมาแต่งงานหรือนัดเพื่อนๆไปแอบฉุดสาวที่เลือกไว้  ถึงแม้ว่าสาวๆก็ยอมด้วย แต่ต้องทำท่าต่อต้านกัน  

 

โยนถุงกระเป๋า

 เมื่อสงกรานต์ประจำปี  มีชายหนุ่มและหญิงสาวของชนชาติไต่แต่งกายในชุดเครื่องแต่งกายเทศกาล และหันเข้าหากันยืนเป็นสองแถว ให้ฝ่ายหญิงสาวโยนถุงกระเป๋าไปยังชายหนุ่มที่ถูกใจ หากฝ่ายชายก็ถูกใจกัน ก็จะแกล้งทำเป็นไม่รับถุงกระเป๋าดอกไม้ ยอมรับความแพ้อย่างมีความสุข แล้วมอบของขวัญให้กับฝ่ายหญิงสาว ทั้งคู่ออกเดินทางไปคุยเรื่องความในใจ เมื่อโยนถุงกระเป๋ายังมีกิจกรรมการร้องเพลงและการเต้นรำและอาหารป่าและกิจกรรมอื่นๆ   

การแต่งงานอาเซี่ย

เป็นประเพณีการแต่งงานเมื่อเก่าของคนมูซูหนิงล่างยูนนาน “อาเซี่ย”เป็นภาษามูซู  และมีความหมายว่า“เพื่อน” แล้วทั้งชายและหญิงที่ไม่ได้เรียกกันว่าสามีภรรยาแต่กล่าวว่า“อาเซี่ย” แค่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรักกันจริง และหลังจากการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ถือก็สามารถอยู่อาศัยด้วยกันได้   

 ในนั้นโจ่วฝ่างฮุน(การแต่งงานเดินเยี่ยม) เป็นแปลกที่สุด โจ่วฝ่างฮุน(การแต่งงานเดินเยี่ยม) คือในเวลากลางคืนฝ่ายชายเดินเยี่ยมพักผ่อนที่บ้านฝ่ายหญิง ในเช้าวันรุ่งขึ้นฝ่ายชายต้องกลับไปบ้านตัวเอง ไม่รับรับประทานอาหารและทำงานด้วยกัน และไม่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของครอบครัวกัน บุตรธิดาที่เกิดมาจะเป็นฝ่ายหญิงเท่านั้น ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงสามารถมีความสัมพันธ์กับคนอื่นได้เหมือนกัน การแต่งงานแบบนี้เป็นสิ่งตกค้างของระบบสังคมของมารดา    

การฆ่าควายฉลองเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์

เป็นเทศกาลเซ่นไหว้การฉลองเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์ของชนชาติตู๋หลง เลือกวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงของประจำปีให้เป็นวันการฉลองเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์  พิธีการฆ่าควายถูกจัดขึ้นในลานหมู่บ้าน ให้หัวหน้าชนชาติเป็นผู้จัดการ และผูกควายที่เสาไม้ที่ลานหมู่บ้าน  

 โดยให้หญิงสาวคนหนึ่งเอาสร้อยลูกปัดจีนไปแขวนไว้บนเขาควาย หลังจากผ่านช่วงพิธีสั้นๆ ให้สาวคนหนึ่งเอาผ้าลินินคลุมในบนหลังควาย สุดท้ายให้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีพ่อแม่ใช้หอกไม้ไผ่ที่คมไปฆ่าเข้าไปในหัวใจควาย ทุกคนรีบเข้ามาฆ่าควายด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วทุกคนร้องไชโยและกระโดดอย่างสนุกมาก และเต้นรำหมู่บ้านหม้อด้วยกัน เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล      

เหยียบดวงจันทร์

 เป็นประเพณีการหาเพื่อนและการแต่งงานหนุ่มสาวของชนชาติแม้ว ยังเรียกว่าเดินหมู่บ้าน เมื่อในคืนที่แสงจันทร์ กลุ่มเล็กของชายหนุ่มเล่นขิม(แย่วชิน) และเป่าขลุ่ยไปที่หมู่บ้านมองหาหญิงสาวที่ชื่นชอบ  การเป่าและร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรี ทำให้หัวเราะอย่างสนุขมาก  ผ่าน“เหยียบดวงจันทร์”เพื่อรู้ซึ่งกันและกัน และได้สร้างมิตรภาพ และมีความรักซึ่งแต่งงานกัน  

จดหมายของจริง

“จดหมายของจริง”นิยมในชนชาติจิ่งพอและชนชาติลี่ซู่ เช่นนำใช้ใบไม้ในการแสดงความรู้สึก และการส่งข้อความ แต่ละใบไม้แสดงให้เห็นถึงความหมายที่แตกต่างกัน 

หากชายหนุ่มใช้สองใบไม้อ่อนเพิ่มน้ำผึ้งและสิ่งของอื่นๆ มีความหมายว่าชื่นชอบหญิงส[FS:Page]าวคนนั้น หากหญิงสาวก็ชื่นชอบด้วยให้มอบใบยาสูบและหลูจีและอื่นๆให้กับชายหนุ่ม หากปฏิเสธให้สองใบไม้หลังติดหลังกันแล้วส่งคืนชายหนุ่มคนนั้นไป   

 ญาติที่อยู่ห่างไกลจากครอบครัว หากได้รับเนื้อปอกควายหนึ่งชิ้นที่มีสองนิ้ว ก็จะรับรู้ว่าคนที่อยู่ในบ้านเสียชีวิตแล้วและเรื่องอื่นๆ

หญิงสาวรวมกลุ่ม

การหาความรักและการแต่งงานในชนชาติหว่าและชนชาติลาหู่มีอิสระ  ซึ่งชายหนุ่มและหญิงสาวโดยทั่วไปตั้งแต่อายุสิบห้าหรือสิบหกก็จะเริ่มคุยเรื่องความรัก ประเพณีเป็น“หญิงสาวรวมกลุ่ม” หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว พวกหญิงสาวนัดเจอที่บ้านหญิงสาวคนหนึ่ง รอพวกชายหนุ่มมาหาด้วย  พวกชายหนุ่มก็จะนัดเป็นกลุ่มเล็กๆไปที่บ้านหญิงสาว 

 เมื่อผ่านประเพณีเหญิงสาวรวมกลุ่ม ชายหนุ่มและหญิงสาวได้สร้างมิตรภาพกัน แล้วหลังจากผ่านการแลกเปลี่ยนหลายครั้ง ได้ทำความเข้าใจอันดีแล้ว หากชายหนุ่มที่ตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ฝากคนอื่นหรือตัวเองไปมอบของขวัญให้กับหญิงสาวคนนั้นด้วย หากหญิงสาวคนนั้นรับของขวัญไว้แล้ว แสดงว่าได้ยอมรับการขอแต่งงานของฝ่ายชายแล้ว

จดหมายที่แปลกที่สุด

 ชนชาติจิ่งพออาศัยอยู่ในภูเขาสูง การจราจรไม่สะดวก ประชากรกระจายและห่างไกล หากมีเรื่องต้องติดต่อกัน เพียงแต่พืชที่สามารถใช้เพื่อแสดงได้ หากฝากคนส่งรากไม้ไป หมายถึงคิดถึง  หากส่งงาไป หมายถึงคิดถึงมากๆ หากใช้ใบไม้ห่อรากไม้ และกระเทียม และพริก แล้วใช้สายเส้นรัดแน่นๆ ฝากคนส่งให้ฝ่ายหญิงสาว หมายถึง“จดหมายรัก”ของฝ่ายชาย  

ชนชาติที่ชอบดึงขนคิ้ว

 ผู้หญิงชนชาติเย้าที่อาศัยอยู่ในสิบสองปันนาถือว่าไม่มีคิ้วเป็นความสวยงาม ซึ่งได้ดึงขนคิ้วเริ่มจากอายุสิบสี่ถึงสิบห้าปี ก่อนที่จะดึงขนคิ้วให้ทาฝุ่นสีเทาที่ขอบคิ้วเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วใช้สองสายเส้นในระหว่างคิ้วให้บิดกัน ทำให้ขนคิ้วห่อในสายเส้นแล้วดึงออก  

ชนชาติที่ชอบย้ายบ้านในเที่ยงคืน

 ชนชาติแม้วที่อาศัยอยู่ในอำเภอเสียงวินมีประเพณีที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมานาน——ย้ายบ้านในเที่ยงคืน ได้มีการกล่าวว่าตอนแรกพฤติกรรมของชนชาติแม้วนี้เพื่อจะหลบหนีหนี้สินและค่าเช่าของเจ้าของ แต่ตอนนี้กลายเป็นประเพณีที่มีความสนุกสนาน  

ชนชาติที่ชอบใส่ต่างหู

ที่หมู่บ้านคีโนซานไจ้  มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงสวมใส่ต่างหูกันด้วย และตาต่างหูค่อนข้างใหญ่ เมื่อมองเห็นตอนแรกจะน่าแปลกใจมาก ที่จริงก็คือขนาดของรูตาต่างหู จะเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับคนคีโนที่ขยันหรือไม่

 หากขนาดของตาต่างหูใหญ่มาก หมายความว่าเขายิ่งขยัน และมีความกล้าหาญ หากตรงกันข้าม หมายความว่าขี้เกียจ และขี้ขลาด เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวคุยเรื่องความรัก ชอบมอบส่งช่อดอกไม้กัน แล้วใส่เข้าในรูตาต่างหูของคู่รัก เพื่อแสดงความรัก ซึ่งรูตาต่างหูในชีวิตของคนคีโนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  

ข้อห้ามของชนกลุ่มน้อย

ชนชาติธิเบต

คุกเข่ากราบไหว้เป็นประเพณีทั่วไปในชนชาติธิเบต โดยทั่วไปคุกเข่ากราบไหว้เมื่อกราบไหว้พระพุทธรูป และพระธาตุเจดีย์และเห็นพระพุทธรูปใหญ่  ยังคุกเข่ากราบไหว้ผู้สูงอายุ 

การมอบของขวัญกันเป็นเรื่องสําคัญในชนชาติธิเบต เมื่อมีงานน่าเฉลิมฉลองต้องมอบของขวัญให้เพื่อแสดงความยินดี โดยทั่วไปมีรับของขวัญก็จะมีคืนของขวัญด้วย มิฉะนั้นจะเสียมารยาท  

ไปทานข้าวที่บ้านชนชาติธิเบต เจ้าของก็จะเชิญดื่มไวน์กัน โดยทั่วไปจะเป็นไวน์ชิงเคอจิ่ว เมื่อเชิญแขกดื่มไวน์กัน  แขกต้องจิบสามคำ เมื่อดื่มคำหนึ่งเจ้าของก็จะเทไวน์ให้เต็มแก้ว สุดท้าให้ดื่มหมดแก้ว การดื่มชาเป็นประเพณีในชีวิตประจำวัน แขกที่เข้ามานั่งในห้อง แม่บ้านหรือบุตรธิดาจะเดินเข้ามาเทชาเนยให้ แต่แขกไม่ต้องยกดื่มเอง ต้องรอเจ้าของยกที่ด้านหน้าของคุณก็สามารถรับดื่มได้ ต้องทำอย่างนี้ จะถือว่ามีมารยาท  

เมื่อทักทายกับชนชาติธิเบต โดยทั่วไปให้เพิ่มตัวอักษร"ลา"ในชื่อด้านหลังของพวกเขา เพื่อแสดงว่าเคารพ เมื่อเดินทาง ไม่รีบเดินไปด้านหน้าของคนอื่นๆ เมื่อเจอกันต้องมีมารยาทไว้ก่อน ข้อต่อไป คือด้านในอาหาร ไม่ให้ทานเต็มปาก เคี้ยวอย่างเงียบ การดื่มไม่ให้มีเสียงและกฎระเบียบอื่นๆ  

ชนชาติแม้ว

เมื่อเจ้าของเจอกับแขกจะไม่รีบเดินไปก่อน และไม่เดินด้านหน้าของแขก ในการสนทนาให้ใช้คำเคารพ และเมื่อต้อนรับแขกต้องสวมใส่เครื่องแต่งกายเทศกาล เมื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติต้องจัดเตรียมไวน์ที่นอกหมู่บ้านเพื่อการต้อนรับ แขกมาถึงประตูบ้าน เจ้าของชายต้องเคาะที่ประตู  แล้วแจ้งให้เจ้าของหญิงในบ้านรับทราบ  เจ้าของหญิงต้องร้องเพลงเปิดประตูต้อนรับแขก ในหน้าของแขก เจ้าของหญิงไม่ขึ้นปีนชั้นบันไดสูง ในงานเลี้ยงใช้ไก่และเป็ดเป็นอาหารอันดีเพื่อต้อนรับแขก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจและตับเป็นอาหารมีค่าที่สุด จะต้องให้แขกหรือผู้สูงอายุรับประทานก่อน  แขกก็จะแบ่งให้ทุกคนทานด้วยกัน ลำดับก็คือผู้สูงอายุทานก่อนเด็กทานหลัง        

แขกอย่าเรียกเจ้าของว่า“แม้วจี่” พวกเขาชอบเรียกตัวเองกันว่า“เหมิง”  ห้ามฆ่าสุนัข และตีสุนัข ไม่ทานเนื้อสุนัข ไม่สามารถนั่งที่สถานที่บรรพบุรุษของบ้านแม้วได้ ขาตั้งสามเหลี่ยมบนเตียงก่อไฟไม่สามารถใช้[FS:Page]เท้าเหยียบได้ อย่าเป่านกหวีดในที่บ้านหรือในเวลากลางคืน เมื่อทานขนมจ้างที่แกะย่างไฟอย่าตบฝุ่นสีเทาออก เมื่อเล่นเรื่องสนุกสนานอย่าใช้เข็มขัดผูกคนชนชาติแม้ว หากเห็นที่หน้าประตูแขวนหมวกฟาง และกิ่งไม้หรือมีงานศพ อย่าเดินเข้าไปที่บ้าน หากเจอคู่แต่งงานใหม่ อย่าเดินผ่านตรงกลางพวกเขาฯลฯ     

ชนชาติไป๋

คนชนชาติไป๋มีนิสัยที่ร่าเริง และชอบต้อนรับแขก และเคารพผู้สูงอายุและรักเด็ก ชนชาติไป๋ชอบต้อนรับแขก โดยทั่วไปมีการต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น ในการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจะนำ"ชาสามอย่าง"เพื่อในการต้อนรับ ผู้สูงอายุไม่ว่าในที่บ้านหรือในหมู่บ้านได้รับความเคารพนับถือเหมือนกัน ในระเบียบพลเรือนของหมู่บ้านมีการระบุไว้ว่าต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ ในการเรียกชื่อต้องเพิ่มตัวอักษร"อา" หมายถึงเคารพ เช่นอาอาแต(ผู้สูงอายุ) และอาหมู่(รุ่นคุณยาย) และอาป้า(คุณพ่อ) และอาเหล่า(รุ่นคุณปู่)และอื่นๆ   

มีประเพณีการดื่มชาในที่บ้าน เมื่อทานอาหารต้องเคารพผู้สูงอายุก่อน หากมีจัดงานเลี้ยงฉลอง และเทศกาล และงานเซ่นไหว้และกิจกรรมอื่นๆในหมู่บ้านต้องเชิญผู้สูงอายุแปดท่านนั่งอยู่ด้วย ข้อพิพาทในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเชื่อฟังจากคำอธิบายของผู้สูงอายุ ในเรียกชื่อผู้อายุน้อยต้องเพิ่มตัวอักษร"อา" หมายถึงมิตรดี เช่นอาตี้ และอาเม่ยเป็นต้น  

ชนชาติไป๋มีข้อห้ามเก่าเยอะมาก บางข้อมีระบบศักดินาและเชื่อไสยศาสตร์ เช่นวันแรกเดือนมกราคม ไม่ให้ไปที่บ้านของคนอื่น โดยเฉพาะห้ามผู้หญิงเข้าที่บ้านคนอื่น ปกติไปเยี่ยมญาติและหาเพื่อน โดยทั่วไปในช่วงบ่ายหรือตอนเย็น ตอนเข้าประตูห้ามเหยียบธรณีประตู เมื่อต้อนรับแขกมีประเพณีว่า"ไวน์เต็มแก้วเชิญแขกดื่มคือเคารพ  และชาเต็มแก้วเชิญแขกดื่มคือไม่ให้เคารพ" กระจอกอึบนหัวหมายถึงโชคร้าย  วันเกิดของพระเจ้าหรือในระหว่างงานเซ่นไหว้เป็น"วันห้ามร่วมเพศ"  ห้ามมีชีวิตทางร่วมเพศ    

ชนชาติไต่

สิบสองปันนาเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาเถรวาทของประเทศจีน  ดังนั้น ข้อห้ามของประเพณีชนชาติไต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เมื่อไปท่องเที่ยวสิบสองปันนาควรให้ความสนใจไปยังจุดต่อไปนี้:เมื่อเห็นกลุ่มชนชาติไต่จัดงานเซ่นไหว้พระเจ้าไจ้ อย่าเดินเข้าไปในหมู่บ้านไจ้ ห้ามจับหัวพระเล็ก เข้าเยี่ยมชมที่วัดจะต้องถอดรองเท้าออก เดินเข้าที่บ้านชนชาติไต่ อย่ามองดูห้องนอนของเจ้าของ อย่าเดินข้ามผ่านจากขาตั้งสามเหลี่ยมของห้องโถง   

ชนชาติไต่หวาผิงห้ามให้ทําลายต้นไม้มังกรหลงซู่ และทุกหมู่บ้านไจ้ของชนชาติไต่มีต้นไม้มังกรหลงซู่กัน หากมีภัยพิบัติ คนชนชาติไต่จะถวายต้นไม้มังกรหลงซู่ให้พระเจ้ามังกรเพื่อขอหลีกเรื่องโชคร้าย ให้หมู่บ้านไจ้ได้มีชีวิตอย่างมีความสุข ชนชาติไต่ต้องเคารพผู้สูงอายุ  พวกเขาเชื่อว่าในชีวิตของผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่พร หลังจากเสียชีวิตจิตวิญญาณของท่านจะกลายเป็นพระเจ้า เพื่อให้ถ่ายทอดและปกป้องประชาชน ดังนั้นเมื่อเทศกาล  คนในหมู่บ้านไจ้จะไปอวยพรปีใหม่กับผู้สูงอายุ เพื่อรับความมงคลจากท่าน ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีทุกอย่างราบรื่นดี    

ชนชาติยี่

ห้ามเหยียบหินหม้อหมู่บ้านจวง และห้ามเดินข้ามผ่านจากข้างเตาผิงไฟ  ห้ามใช้มือเล่นอาหาร  ห้ามหญิงตั้งครรภ์เดินผ่านในงานแต่งงานของคนอื่นๆ ห้ามถือกองไฟเดินในกลางวัน ห้ามใช้คำว่า"อ้วน" และ"สวย" และ"หนัก" และคำชมอื่นๆให้กับทารก ห้ามหัวเราะและเล่นตลกกับผู้เซ่นไหว้บี้หมอ(ผู้เซ่นไหว้ชาย ถูกถือเป็นตัวแทนของพระเจ้าและพระเจ้าที่ตัดสิน)เมื่อเดินเข้าที่บ้านของชนชาติยี่ควรนั่งที่นั่งรับแขก ไม่ควรนั่งผิดที่(เช่นประตูของชนชาติยี่เปิดไปทางซ้าย เตาผิงไฟที่ด้านบนขวาเป็นที่นั่งรับแขก หากตรงกันข้ามคืออีกด้านหนึ่ง)ห้ามทานเนื้อม้า และเนื้อล่อ และเนื้อสุนัข และเนื้อแมว และเนื้อลิง     

ชนชาติฮุย

ชนชาติฮุยส่วนใหญ่ทานก๋วยเตี๋ยวและข้าว และมีข้อห้ามในเนื้อเยอะด้วย ห้ามทานเนื้อหมู ส่วนใหญ่ชนชาติฮุยมีความเข้มงวดในสิ่งข้อห้ามนี้อย่างมาก และห้ามนำหนังหมูมาทำรองเท้าหนัง และเสื้อผ้าเครื่องหนัง และเข็มขัดหนัง ห้ามนำขนหมูทำแปรงขน และแปรงสีฟัน และห้ามนำน้ำมันหมูทำสบู่ และยาหม่องอื่นๆ   

อาหารที่ชนชาติฮุยห้ามไว้ ในด้านประเภทสัตว์ยังมีสุนัข และหมาป่า และเสือ และลา และแมวและอื่นๆ ในด้านประเภทนกยังมีนกอินทรีย์ และนกเย่าและอื่นๆ ชนชาติฮุยยังห้ามทานสัตว์ที่ตายตามธรรมชาติหรือเลือดสัตว์และห้ามดื่มไวน์ และการเล่นการพนัน และไหว้พระพุทธเจ้า และการขอเชียนอื่นๆ   

เมื่อเทศกาล“จู่มา”และศาสนาจะเข้าไหว้ต้องอาบน้ำก่อน และควรล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ นั้นคือ“ความสะอาดเล็กๆเสี่ยวจิ้ง ”และอื่นๆ

ข้อห้ามชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มเติม

ชนชาติน่าซีห้ามทิ้งขยะ  และทิ้งของเสีย  และคายน้ำลาย และซักผ้าขี้ผ้าที่แหล่งน้ำและแม่น้ำ ห้ามการทำลาย และการอุดตันในแหล่งน้ำและห้ามโค่นต้นไม้ที่รอบริมน้ำ อย่าไม่พูดคำหยาบและเรื่องอื้อฉาวต่อหน้าผู้ใหญ่ 

ในบ้าน ห้ามนั่งบนธรณีประตู และห้ามเดินเข้าห้องหญิงคลอด และหญิง[FS:Page]ตั้งครรภ์ห้ามเดินเข้าบ้านหลังใหม่ ห้ามคายน้ำลายเข้าไปในเตาผิงไฟ 

ชนชาติลี่ซู่ห้ามพูดคำสกปรกต่อหน้าผู้ใหญ่ ห้ามพูดคำเลวคำร้ายทำให้คนอื่นเสียใจ ห้ามขโมยและทำพฤติกรรมที่ไม่ดีอื่นๆ ห้ามย้ายสิ่งของที่มุมบ้านที่เพื่อบูชาบรรพบุรุษ อย่าเดินผ่านข้ามจากเตาผิงไฟในที่บ้าน ห้ามนั่งธรณีประตู และห้ามโค่นต้นไม้ของพระเจ้าและทำร้ายนกกาเหว่า ห้ามทานเนื้อม้า และเนื้อล่อ และเนื้อ และเนื้อสุนัขและอื่นๆ