แบ็คแพ็คที่เหนื่อยกับการเร่งรีบและความคึกคักนั้น ไม่ควรพลาดสถานที่เหล่านี้


  

มณฑลยูนนานได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเมืองลับแลโดยเฉพาะมีพื้นที่ที่การจราจรไม่สะดวกจำนวนมาก โดยมีทิวทัศน์ที่สวยงามและประเพณีประจำชนเผ่าในพื้นที่ท้องถิ่นไม่ว่าสิ่งใดก็ตามล้วนทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนที่เหมาะสมที่สุด และสถานที่เหล่านี้ไม่ค่อยมีชื่อเสียง ดังนั้นนักท่องเที่ยวภายนอกมาเที่ยวที่นี่จำนวนไม่มาก ชาวบ้านในท้องถิ่นยังใช้ชีวัติแบบสบายไม่รีบร้อน บางทีแค่ไปเที่ยวครั้งเดียวก็ทำให้คุณหลงกับการใช้ชีวิตที่มีจัวหวะช้าที่นั่นแล้ว  

หมู่บ้านซีตังในแชงกรีล่า

เข้าสู่ประตูใหญ่ของสวรรค์

มี“เมืองลับแล”แห่งหนึ่งอยู่ใต้ภูเขาหิมะเหมยหลี่ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านไปหยู่เปิงด้วยการเดินเท้าที่จำเป็นเส้นหนึ่ง มีคนบอกว่า ไม่ไปสวรรค์ แต่จะไปเหมยหลี่! ดิฉันบอกว่า สวรรค์นั้นอยู่ไกลมาก แต่เหมยหลี่อยู่ไม่ไกล !

มีคนบอกว่าภาพยนตร์เป็นการท่องเที่ยวที่มีความนิ่ง ดิฉันบอกว่าการท่องเที่ยวเป็นภาพยนตร์ที่มีชีวิต โดยอ้อมราบสูงหยูนกุ้ย หันไปภูเขาหิมะเหมยหลี่ การกระทำแบบนี้ไม่ใช่แค่เป็นภาพยนตร์เท่านั้น แต่จะเป็นการปฏิบัติธรรมครั้งหนึ่งของชีวิต

หากบอกว่าหมู่บ้านหยูเปิงเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กับสวรรค์มากที่สุด งั้นซีซานจะถือว่าเป็นประตูใหญ่ของสวรรค์เลยก็ว่าได้ 

หมู่บ้านหยูเปิงในแชงกรีล่า

เดินเข้าถนนใหญ่ในโลกแห่งสวรรค์

หมู่บ้านหยูเปิงตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูเขาห้าลูกในภูเขาแม่เนี่ยนฉือแถบภูเขาหิมะเหมยหลี่ ความงดงามที่นั่นไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือได้ แสงอรุณในตอนเช้า ตอนเย็นหรือตอนไหนก็ตามล้วนมีลอยหมอกอยู่ด้วย ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกของสวรรค์ โดยสามารถมองเห็นภูเขาที่เป็นฝูงที่เรียงกันเป็นแถวไหลเข้าดวงตาในตลอดทางเดินเท้า และเหยียบบนพื้นดินจนมีร่องลึกของเวลาที่ผ่านไปยาวนาน อีกทั้งมองเห็นแม่น้ำหลานชังที่วิ่งจากไปอย่างน่าตื่นเต้น โดยทำการล้างออกควันเมฆแห่งประวัติศาสตร์ 

ยอดเขาแห่งภูเขาหิมะที่นี่เต็มไปด้วยหิมะโดยซ่อนทางลึกลับที่เชื่อมต่อกับสวรรค์ น้ำแข็งในเกิ้นกู่ละลายไปอย่างเงียบ ๆ โดยทำการล้างออกฝ่นทั้งหมดในโลกของมนุษย์

ภายในป่าไม้แห่งนี้มีสีสันที่สวยงามทำให้โลกทั้งใบสดใสตามไปด้วย แสงแดดกระดำกระด่างที่ส่อง ผ่านช่องว่างของป่าไม้ไปลูบต้นไม้เก่าแก่อย่างเบา ๆ โดยมีแหวนการเจริญเติบโตในต้นไม้ที่ทำหน้า ที่นับเวลาเป็นรอบ ๆ

คำแจ้งเตือน

ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่ดีที่สุด : ในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมจะมองเห็นสีเขียวเต็มไปหมด บรรยากาศมี ความเจริญรุ่งเรือง แต่ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมเป็นช่วงหน้าฝนทางขึ้นภูเขาจะเดินลำบาก ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม : เดือนสิงหาคม-กันยายนมีดอกบัควีทกำลังเบ่งบานอยู่ และในกลางเดือนกันยายนต้นดอกพิษหมาป่าจะกลายเป็นสีแดง ซึ่งทิวทัศน์ในหมู่บ้านหยูเปิงจะกลายเป็นผืนทะเลที่เต็มไปด้วยดอกไม้

ในช่วงกลางเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน: ในภูเขาแห่งนี้จะเต็มไปด้วยสีทอง บรรยากาษในฤดูใบไม้ร่วงมีความสวยงามในขณะเดียวกันก็เป็นฤดูกาลที่ชื่นชมความงดงามของภูเขาหิมะเหมยหลี่ที่ดีที่สุด

หลังจากเดือนธันวาคม : ตามปกติจะมีหิมะตกในช่วงนี้ และช่วงก่อนกับหลังตรุษจีนอาจจะปิดทางขึ้นภูเขา

การบริโภค : เนื่องจากการจราจรไม่สะดวกเครื่องใช้ประจำวันบางอย่างและส่วนประกอบของอาหารบาง

ชนิดที่อยู่ในหมู่บ้านหยูเปิงนั้น ต้องอาศัยการขนส่งโดยมนุษย์ ดังนั้นราคาสินค้าในหมู่บ้านจึงสูงมาก มาม่าห่อหนึ่งราคาอยู่ประมาณ 10-20 หยวน โดยมีรูปแบบการจราจรหลักคือ ขี่ม้า ราคาอยู่ที่ประมาณ 200-300 หยวน ส่วนที่พักนั้นส่วนมากจะเป็นบ้านพักของชาวบ้านท้องถิ่น ราราอยู่ที่ประมาณ 200 หยวน 

คำแนะนำในการแต่งกาย : ในหมู่บ้านหยูเปิงนั้น ไม่ว่าจะไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งไหนก็ตามล้วนอาศัยการเดินทางด้วยเท้า ฉะนั้น สวมรองเท้าปีนเขาที่กันน้ำได้ดีคู่หนึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด และแนะนำให้ใส่เสื้อแจ็คเก็ต(กางเกง)กันน้ำด้วย หากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิใส่เสื้อแจ็คเก็ตชั้นเดียวก็พอ หากมาในฤดูใบไม้ร่วงต้องใส่แสื้อกันหนาวหนึ่งตัวอยู่ข้างในด้วย 

หมู่บ้านหนีหยู่ในแชงกรีล่า

ทิวทัศน์ที่มีความสวยงามแบบดั้งเดิมอยู่ตามทุกที่

ทิวทัศน์ที่มีความสวยงามแบบดั้งเดิมในพื้นที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักกัน จนกระทั่งภูมิภาคที่แม่น้ำสามสายรวมกันได้ยื่นขอสมัครเป็นมรดกโลก ในระหว่างการสำรวจงานพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญทางชีวภาพพบว่า ในพื้นที่แห่งนี้มีเก็บรักษาชีวนิเวศในแถบอบอุ่นกลาง แถบอุ่น แถบหนาวกลาง แถบหนาวและอื่น ๆไว้อย่างสมบูรณ์ จึงกำหนดว่าหมู่บ้านหนีหยู่เป็นเขตพื้นที่แห่งหนึ่งที่อุดมด้วยชีวภาพนานาชนิดในโลก

ชาวทิเบตที่อาศัยอยู่มาเป็นเวลานานในหนีหยูนั้น ปัจจุบันยังใช้ชีวิตแบบทำการเกษตรตอนพระอาทิตย์ขึ้น และพักผ่อนตอนพระอาทิตย์ลง กึ่งทำการเกษตรกึ่งทำปศุสัตว์อย่างสบายไม่รีบร้อน

หมู่บ้านชิวน่าถ่ง

เป็นหมู่บ้านที่สุดท้ายในทางตอนเหนือของหุบเขาลึกแห่งใหญ่ในแม่น้ำนู่เจียง

ในภูมิภาคแม่น้ำนู่เจียงมีพระเจ้าให้ศีลให้พรกับตำบลปิ่งจงล่อ และมีหมู่บ้านชิวน่าถ่งที่เดินออกจาก ภาพวาดที่สวยงาม หากคุณชินกับการเดินด้วยเท้าจากพื้นที่แห่งหนึ่งเดินไปพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง การชมทัศนียภาพที่แตกต่างกัน การรู้จักคนที่แตกต่างกัน การสัมผัสกับประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างนั้น หมู่บ้านชิวน่าถ่งจะเป็นสถานที่แห่งแรกที่คุณควรจะเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย

ในระหว่างการเดินด้วยเท้านั้น มีสถานที่บางแห่งที่คุณอาจจะไม่กลับไปอีกในตลอดชีวิต แต่เขาจะไม่หายไปไหนไกลในตลอดชีวิต อย่างเช่นหมู่บ้านชิวน่าถ่ง หมู่บ้านชิวน่าถ่งตั้งอยู่ตำบลปิ่งจงล่ออำเภอ ปกครองตนเองชนเผ่านู่และชนเผ่าตู๋หลงภูเขาก้งซานเมืองเขตปกครองตนเองชนเผ่าลี่ซู่แม่น้ำนู่เจียงมณฑลยูน นาน ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่สุดท้ายในทางตอนเหนือของหุบเขาลึกแห่งใหญ่ในแม่น้ำนู่เ[FS:Page]จียง

หุบเขาลึกในหมู่บ้านชิวน่าถงนั้นเป็นส่วนที่ดีที่สุดของส่วนดีทั้งหลายในหุบเขาลึกแห่งใหญ่ในแม่น้ำนู่ เจียง โดยที่นี่มีป่าไม้ดั้งเดิมที่เขียวชอุ่ม น้ำตกหลายแห่ง หากผู้ชมเดินผ่านในหุบเขาลึกแห่งนี้ จะเห็นทิวทัศน์อันงดงามที่ยิ่งใหญ่ในตลอดทาง

หมู่บ้านชิวน่าถ่งก็เหมือนหมู่บ้านทั้งหมดในภูมิภาคแม่น้ำนู่เจียง มีโบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่งสร้างอยู่ในหมู่บ้าน แต่มองจากภายนอกที่เห็นสิ่งที่ทำด้วยไม้นั้นจะเหมือนวัดมากว่า  และมีสุสานแห่งหนึ่งที่ไม่โดดเด่นอยู่ข้างโบสถ์  ซึ่งมีนักเผยแผ่ศาสนาหลับสบายในที่แห่งนี้—พ่อโบสถ์หลี่เหวิเจิงที่เคารพ แต่เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังป้ายชื่อนั้นไม่มีใครทราบ 

คำแจ้งเตือน

การเดินทาง : จากตำบลปิ่งจงล่อถึงหมู่บ้านชิวน่าถ่งประมาณ 17 กิโลเมตร หากนั่งรถประมาณ1.5 ชั่วโมง หากเดินด้วยเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยจากตำบลปิ่งจงล่อถึงหมู่บ้านจ้งติง 5 กิโลเมตร และจากหมู่บ้านจ้งติงถึงหมู่บ้านซี่จี่ถ่ง 5 กิโลเมตร จากหมู่บ้านซี่จี่ถ่งถึงหมู่บ้านชิวน่าถ่ง 5 กิโลเมตร

หากนั่งรถไปจะถึงแค่ศือเหมินกวน เส้นทางที่เหลือจะต้องเดินด้วยเท้า ซึ่งถนนปิ่งฉาที่เชื่อมต่อ ระหว่างตำบลปิ่งจงล่อกับหมู่บ้านชิวน่าถ่งนั้นเปิดใช้งานแล้ว จะนั่งรถตู้หรือยืนข้างหลังรถกระบะนั้น ราคาไม่เหมือนกัน ตามปกตเก็บ 5-8 หยวน และกองพลตำรวจการจราจรในอำเภอก้งซานได้ประกาศ จำกัดความเร็วไว้แล้ว รถบรรทุก รถเกษตร 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถแทรกเตอร์15 กิโลเมตร/ชั่วโมง

หมู่บ้านกู่ม่ออำเภอเฟิ่งชิ่งเมืองหลินจัง

อำเภอซือหลี่ที่เงียบสงบ

หมู่บ้านกู่ม่ออำเภอเฟิ่งชิ่งนั้นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่หลบในสวนวอลนัตเก่าที่เป็นพันมู๋(หน่วยจีน) มีสายน้ำเล็ก ๆ ไหลผ่านตอนใต้ของสวนวอลนัตเก่าที่อยู่บนที่สูง ซึ่งโรงสีข้าว โรงสีหินทำแป้งที่เคยมีความคึกคักน่าสนุกนั้น ตอนนี้ยังเก็บรักษาอยู่ข้าง ๆ แม่น้ำอย่างนิ่ง ๆ ทางเดินเส้นเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านเดินผ่านมาเป็นหลายชั่วคนนั้น ปัจจุบันกลายเป็นถนนที่เชื่อมผ่านทั้งหมู่บ้าน เหลือแต่ หินชนวนที่ปูถนนสีสว่างที่เป็นแถวเดียว 

หมู่บ้านกู่ม่อเป็นหมู่บ้านธรรมชาติเชิงนิเวศที่มีความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม มีความเงียบสงบและสวยงาม มีสะพานน้อยที่มีสายน้ำไหลผ่าน มีสีหินเก่าแก่ที่มีเสียงยียา ซึ่งมาที่นี่คุณจะรู้สึกว่า คนที่นั่นกลายเป็นคนแบบเงียบ ๆ มีหมู่บ้านที่เงียบสงบ สวนวอลนัตเก่าที่เงียบสงบ และมีแสงพระอาทติย์ที่เงียบสงบด้วย 

คำแจ้งเตือน

จากอำเภอเฟิ่งชิ่งไปที่หมู่บ้านกู่ม่อประมาณ 120 กิโลเมตร โดยต้องเริ่มต้นจากอำเภอเมืองไปถึงรัฐบาลตำบลซีหลี่ จึงสามารถเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านกู่ม่อ ในระหว่างทางเป็นถนนแอสฟัลต์และถนนที่ประกอบด้วยก้อนกรวด ซึ่งจากรัฐบาลตำบลไปที่หมู่บ้านกู่ม่อแค่สิบกว่ากิโลเมตรแต่เนื่องจากเป็นถนนดินในหมู่บ้านที่ทั้งแคบและลื่นด้วย ช่วงวันที่มีฝนตกนั้น สภาพทางถนนแย่มากจึงแนะนำให้ไม่ขับรถไปเองจะดีกว่า

ถนนทางเข้าของหมู่บ้านกู่ม่อนั้นเป็นทางเล็กที่ปูด้วยหินชนวน หากเดินทางเข้าไปในช่วงวันที่อากาศดี จะไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงช่วงหน้าฝนแล้ว หินชนวนลื่นมากให้สวมรองเท้ากันลื่นเข้าไปจะดีกว่า เพื่อป้องกันหกล้มบาดเจ็บ

หมู่บ้านกู่ม่อเป็นหมู่บ้านภูเขาที่ห่างไกลจากความเจริญและสภาพการจราจรในพื้นที่ค่อนข้างลำบาก ที่นี่ไม่มีโรงแรมที่เปิดบริการรับรองลูกค้า มีแต่ไปถึงรัฐบาลตำบลซีหลี่จึงมีที่พักให้ ก่อนวันที่จะเดินทางให้เช็คดูสภาพอากาศล่วงหน้า หากในเวลาเดินทางกลับหรือระหว่างทางกลับเจอกับฝนตกนั้น จะไม่สามารถขยับไปไหนได้ไม่ว่าจะเดินทางด้วยเท้าหรือด้วยรถก็ตาม นอกจากนี้ ที่นี่มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดในช่วงหน้าร้อนไม่เกิน 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเขตพื้นภูเขาสูงที่มีความหนาว และมีฝนตกเป็นครั้งคราว ต้องพกพาอุปกรณ์กันฝนไปด้วย   

ต้าหลี่เขื่อนฮวาเตี้ยน

โลกของดอกไม้นานาพันธุ์ที่มีสีสันสวยงาม

เขื่อนฮวาเตี้ยนตั้งอยู่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองต้าหลี่ เขื่อนฮวาเตี้ยนประกอบด้วย ฮวาเตี้ยนเล็กและฮวาเตี้ยนใหญ่ โดยตั้งอยู่ระหว่างกลางของยอดเขาหยูนน่งกับยอดเขาชังหล้างที่อยู่ตอนเหนือสุด ของภูเขาชังซานทั้งสิบเก้ายอดเขาด้วย 

ฮวาเตี้ยนใหญ่มีระดับน้ำทะเลสูง 2900 เมตร โดยมีความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร ความกว้างจากตะวันออกถึงตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร บนยอดเขาที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเขื่อนนั้น เต็มไปด้วยหิมสีขาวสวยงามในตลอดทั้งปี แม้จะผ่านหน้าร้อนก็ไม่ละลาย โดยมีสายน้ำลำธารขนาดใหญ่และขนาดเล็กจำนวน 40 สายรวบรวมอยู่ด้วยกันกลายเป็นลำธารว่านฮวา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักในเชื่อนแห่งนี้ ฮวาเตี้ยนเล็กที่อยู่ทางด้านตะวันออกนั้นเปรียบ เหมือนอยู่ในอ้อมกอดของฝูงภูเขา โดยมีระดับน้ำทะเลสูง 3200 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีต้นหญ้าสีเขียวสวยงาม  

ในพื้นที่ฮวาเตี้ยนทั้งหมดนี้มีภูมิประเทศที่มีความเรียบและสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ กับพันธุ์ดอกไม้และต้นหญ้าที่แปลกตาออกดอกแข็งขันความสวมกันอย่างคึกคัก เมื่อถึงช่วงระหว่างฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อน ที่นี่จะมีดอกหม่ายิงฮวาเบ่งบานกันเต็มบ้านเต็มเมือง ซึ่งมีความยาวไกลไปประมาณ 20 กว่ากิโลเมตรจนกลายเป็นทะเลดอกไม้หรือกลายเป็นโลกของดอกไม้ และมีดอกป่ายเติ้ว ดอกศาวย่าวและดอกไม้พืชพันธิ์อื่นทำการตกแต่งอยู่ในนั้นสีสันหลากหลาย มีความสวยงามมาก และมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล   

ตั้งแต่ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงเป็นต้นมา มีนักปราชญ์ที่ชื่อหลี่หยวนหยางกับหยางซือหยูนเป็นต้น มาเที่ยวชมในพื้นที่ฮวาเตี้ยนแห่งนี้ ซึ่งมีเขียนบทกวียกย่องที่นี่เพื่อสืบทอดต่อไปด้วย

คำแจ้งเตือน

ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่ดีที่สุด : ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุด โดยสามารถชมดอกไม้ที่สวยงาม

การเด[FS:Page]ินทาง : 1.โดยเริ่มเดินทางจากโจวเฉิงไปตามทางตะวันตกจนถึงซานลู่ในยอดเขาชังหล้าง ต่อจากนั้น เดินตามทางปีนภูเขาในภูเขาฉีกู่จนมาถึงเขื่อนฮวาเตี้ยนเล็ก จากนั้นไปที่ศูนย์เขื่อนฮวาเตี้ยน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

2.เริ่มเดินทางจากตำบลศี่โจวไปตามทางตะวันตกจนถึงภูเขาหงกุยในยอดอู่ไถ จากนั้นปีนขึ้นบนยอดเขาแล้วเลี้ยวไปตามทางเหนือจนกระทั่งถึงซานเขิ่ว ต่อจากนั้น มีถนนเรียบไปถึงศูนย์เขื่อนฮวาเตี้ยน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

จ่อมู่หลังในต้าหลี่

เป็นพื้นที่การผจญภัยที่สมกับชื่อสถานที่

จ่อมู่หลังเป็นพื้นที่ที่มีความลึกลับเหมือนชื่อของเขา อีกอย่างที่มีเสน่ห์ลึกลับเหมือนกันนั่นคือผู้หญิงที่นี่ และการแต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่าของพวกเขา  

จ่อมู่หลังหลบอยู่ในภูเขาลึก ๆโดยมีหมู่บ้านชนเผ่าหยี่เชิงนิเวศเดิมที่มีความโดดเด่นพิเศษ และมีขนาดใหญ่พอสมควร สิ่งที่น่านสนใจที่สุดคือชุดเสื้อผ้าสีสดใสประจำชนเผ่าของ ผู้หญิงท้องถิ่นกับประเพณีร้องเพลงในเทศกาลต่าง ๆ 

ชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจ่อมู่หลังไม่รู้ภาษาจีนกลาง แต่ทั้งหมดนี้จะทำให้นักท่องเที่ยงรู้สึกน่าสนใจ อยากไปเที่ยวกันมากขึ้น 

คำแจ้งเตือน

การเดินทาง : จ่อมู่หลังแห่งนี้ไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่าน โดยสามารถเริ่มนั่งรถประจำทางตรง สายที่ไปที่ภูเขาเวิ่ยจากคุนหมิงหรือต้าหลี่(เซี่ยกวน)(ซึ่งในสถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือมีรถประจำทางไปที่ ภูเขาเวิ่ยทุก 15 นาที ระยะห่างอยู่ที่ 52 กิโล) ให้ลงรถที่ป้ายตำบลต้าชังในระหว่างทาง จากนั้นให้เช่ารถตู้จากต้าชังไปที่จ่อมู่หลัง ระยะทางเดินรถประมาณ 18 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนดินกับถนนตามภูเขาในระหว่างทางทั้งหมดและสภาพทางถนนค่อยข้างแย่ ค่ารถอยู่ประมาณ 100-150หยวน  

เหวินไห่ในลี่เจียง

เป็นทะเลหญ้าที่กว้างใหญ่โดยไม่มีที่สิ้นสุด

เหวินไห่ หมู่บ้านน่าซีตามทั่วไปและไม่ค่อยมีบุคคลภายนอกเข้าไปเที่ยวชม โดยตั้งอยู่ในหุบเขาของภูเขาหิมะยู่หลงที่มีระดับน้ำทะเลสูง โดยมีวิธีหนึ่งเดียวที่ชาวบ้านท้องถิ่นใช้ติดต่อกับภายนอกมาโดยตลอดนั่นคือ การเดินด้วยเท้าและการขนส่งสินค้าโดยม้าล่อ ซึ่งเหวินไห่ยังเป็นหมู่บ้านที่มีความเป็นแบบดั้งเดิมอย่างมาก

มีเพื่อน ๆ หลายคนเคยมาเที่ยวลี่เจียง คุณอาจเคยไปเดินเที่ยวซู่เห่อ ป่ายซา ภูเขาหิมะ ศือกู่ คุณอาจเคยเห็นลาปู้ไห่ ยอดเขาเหวินปี่ ภูเขาหล่าวจวิน เมืองศิลา คุณยังรู้จักแม่น้ำต้าจวี้จิ่วเห่อ รุ่งอรุณในภูเขาทอง และคุณอาจพักที่ลี่เจียงเป็นเดือนหรือเป็นครึ่งปีโดยไปเที่ยวเดินถนนทั่วทั้งหมดในเมืองเก่าและเมืองใหม่……..แต่ดิฉันเชื่อว่าเหวินไห่คุณยังไม่เคยไปถึงแน่นอนหรือบางที่คุณอาจจะยังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำไป

ชาวบ้านที่นั่นเป็นชนเผ่าน่าซีทั้งหมดมีความขี้อายและบริสุทธิ์ การใช้ชีวิตและทำเกษตรแบบเงียบ ๆ ตามธรรมชาติ

ในพื้นที่แห่งนี้มีบรรยากาศแบบดั้งเดิมและบรรยากาศทางธรรมชาติที่รักษาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีทุ่งหญ้าฉ่าวเตี้ยนกับทะเลสาปไห่จื่อที่เปลี่ยนสีไปตามทั้งสีฤดูกาล มีวัว แกะ ล่อ ม้าและหมูที่เป็นฝูงกำลังหาอาหารในทุ่งหญ้าอย่างสบายไม่รีบร้อน บ้านเรือนเก่าแก่ที่มีความสวยงามกระจัดกระจายไปตามที่ต่าง ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิมีดอกท้อสีชมพูและดอกต้นหลี่สีขาวผสานกันอย่างสวมงาม ในช่วงหน้าร้อนมีทะเลดอกไม้ที่เบ่งบานกันมีสีสันสดใส ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีป่าไม้สีทองที่งดงาม และในช่วงฤดูหนาวก็จะกลายเป็นสีขาวเต็มไปหมด  

หมู่บ้านป้าเหม่ยอำเภอกว่างหนานเมืองเหวินซาน

มีความสวยงามที่เปรียบเหมือนโลกแห่งเทพเจ้า

หมู่บ้านป้าเหม่ยตั้งอยู่อำเภอกว่างหนานเมืองเหวินซาน ปัจจุบันนี้ยัวไม่มีถนนใหญ่เชื่อมต่อไปถึงที่นั่น หากอยากจะเข้าไปในหมู่บ้านป้าเหม่ยนั้น ต้องนั่งเรือเล็กผ่านถ่ำที่มีความยาวประมาณ 1กิโลเมตรจึงสามารถไปถึง

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ในหมู่บ้านป้าเหม่ยที่ห่างไกลจากภายนอกนั้น ทำให้ที่นี่ไม่มีการแข็งขันใด กับโลกภายนอก โดยมีบรรยากาศที่มีความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม มีเสียงไก้ขันกับหมาเห่าที่เหมือนกับเมืองลับแลมาก ๆ เลย เพราะวิวทิวทัศน์มีความสวยงามและมีอ่อนโยนน่าติดใจในพื้นที่แห่งนี้ จึงกลายเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่นักถ่ายภาพทั่วประเทศนิยม และประเพณีของชนเผ่าจ้วงที่นี่ก็มีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชมหลงใหลอีกด้วย

“ ป้าเหม่ย”เป็นคำที่แปลเสียงมาจากภาษาท้องถิ่นของชนเผ่าจ้วง ซึ่งมีความหมายว่า “ ปากช่องถ้ำในป้าไม้”โดยอยู่ห่างจากเมืองคุนหมิง 450 กิโลเมตรและอยู่ภายในเขตพื้นที่ของอำเภอกว่างหนานมณฑลยูนนาน ที่นี่ล้อมรอบด้วยภูเขาทั้งสีด้าน มีต้นไม้ที่เติบโตเจริญรุ่งเรืองอยู่บนภูเขา ภายในพื้นที่ของเขื่อนมีต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม โดยเฉพาะต้นไทรใหญ่จำนวนหลายต้นในหมู่บ้าน โดยห่อหมู่บ้านป้าเหม่ยทั้งหมดด้วยสีเขียวเข้มที่เป็นมันวาว

คำแจ้งเตือน

1.ป้าเหม่ยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ในนี้เป็นถนนดินที่ขรุขระทั้งหมด หากขับรถไปนั้น จะค่อนข้างลำบากในตลอดทาง ผู้ที่เมารถง่ายนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานหน่อย โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มจากปากช่องถ้ำของหมู่บ้านธางน่าจนถึงหมู่บ้านป้าเหม่ยนั้น มีทางถนนความยาว 2.5 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินทางด้วยเท้าเพียงอย่างเดียว ฉะนั้น จะต้องสวมใส่รองเท้ารองเท้าพื้นเรียบ จึงสามารถเดินทางได้เร็วขึ้นและลดความเจ็บปวดให้กับเท้าด้วย

2. เข้าไปที่หมู่บ้านป้าเหม่ยจะต้องผ่านถ้ำมืดที่มองไม่เห็นสิ่งใด ฉะนั้น ก่อนจะไปต้องเตรียมไฟฉ่ายให้พร้อมหรืออุปกรณ์ส่องว่างในกรณีฉุกเฉิน

3.เนื่องจากป้าเหม่ยเป็นสถานที่ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ในปัจจุบันยังไม่มีไฟฟ้าเชื่อมต่อถึงที่นี่ อาหารการกิน เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ประจำวันของชาวบ้านที่นี่ส่วนมากจะต้องพึ่งตัวเอง และมีร้านขายของร้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้านคนที่เปิดร้านคือผู้หญิงชนเผ่าจ้วง ซึ่งมีขายแต่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเท่านั้น 

4.ในหมู่บ้านนี[FS:Page]้ไม่มีสัญญาณสำหรับโทรศัพท์มือถือโดยจะต้องเดินออกจากหมู่บ้านไปมากว่า 2 กิโลถึงจะมีสัญญาณ 

ำบลหมางควนเมืองป่าวซาน

เมืองต้นไทรใหญ่แห่งความลึกลับที่น่าสนใจ

หมางควนตั้งอยู่ทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองป่าวซาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ เมืองแห่งเมืองต้นไทรใหญ่”ที่อยู่บนราบสูง ตำบลหมางควนแห่งนี้อุดมด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยว เชิงนิเวศมากมาย มีป่าไม้แบบดั้งเดิมที่เขียวชอุ่มและมีความหนาแน่น มีบรรยากาศทางธรรมชาติที่สวยงาม มีประเพณีของชนเผ่าที่น่าสนใจ  

โดยมีตำนานเล่าลือในชนเผ่าไต่ว่ากันว่า บรรพบุรุษในหมู่บ้านแต่ละแห่งเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ดวงวิญญาณของเขาจะอยู่กับต้นไทรใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ดังนั้น ต้นไทรใหญ่ต้นนี้จึงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านไหว้บูชากัน ซึ่งภายในเขตพื้นที่แห่งนี้มีต้นไทรใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกลับจำนวนหลายต้นและมีการตั้งชื่อกับสกุลไว้ด้วย 

ตำบลก่าซีซินผิงเมืองยู่ซี

พื้นที่ที่ไม่มีฤดูหนาว

“ก่าซี ”ในภาษาท้องถิ่นชนเผ่าไต่แปลว่า“ถนนทางเดินบนทะเลทราย” ก่าซีเป็นตำบลสำคัญที่ประกอบงานค้าขายและการติดต่อทางการจราจร ซึ่งก่าซีเป็นทางถนนการจราจรที่มีความสำคัญโดยเชื่อมต่อระหว่างเมืองยู่ซี เมืองผู่เอ่อ เมืองฉู่ศงและอำเภอทั้ง 5 แห่งที่อยู่บริเวณโดยรอบ และเป็นตำบลที่มีความสำคัญทางการค้าในพื้นบ้านท้องถิ่น ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น ไม่มีฤดูหนาวในตลอดทั้งปี

ตำบลเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามที่หลบอยู่ในส่วนลึกลับของเส้นภูเขาไอเหลา โดยบูรณาการรวมด้าน บรรยากาศทางธรรมชาติที่มีสีสันสดใส่อีกทั้งมีความงดงามและอ่อนโยน ด้านประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่หนาแน่นและมีความสมบูรณ์ ด้านประเพณีประจำชนเผ่าที่มีความเรียบง่ายกับความลึกลับที่น่าสนใจ

หมู่บ้านอู่หลี่ในแม่น้ำนู่เจียง

ทิวทัศน์ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งตามข้างทางถนนชาม้า

โดยมีบ้านเรือนประมาณ 20-30 ครัวเรือนที่กระจัดกระจายในส่วนกลางของทุ่งนาผืนใหญ่ ในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีถนนใหญ่ ไม่มีรถยนต์ ไม่มีเครื่องอุปกรณ์ที่ทันสมัยใดทั้งสิน ความสวยงามแบบดั้งเดิมในพื้นที่แห่งนี้ จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุ้มค่ากับความลำบากที่ผ่านมาทั้งหมด  

หลังจากผ่านสะพาน “จาวหงเฉียว ”ไปแล้วให้เลี้ยวขวา ต่อจากนั้นตรงไปตามถนนชาม้า วิวทิวทัศน์ที่อยู่ระหว่างทางนั้น มีความสบายไม่รีบร้อน ซึ่งความงดงามของพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือได้ ผู้ที่ชื่นชมการถ่ายภาพนั้น มาที่นี่ในช่วงเช้า ๆ หรือช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะดีที่สุด การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าแน่นอน

คำแจ้งเตือน

คำเตือน : ต้องเคารพความศรัทธาทางศาสนาของชาวบ้านในท้องถิ่น แม้ว่าคุณจะไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ก็ตามแต่อย่าใช้คำลบหลู่ และต้องระวังคำพูดและการกระทำของตนเองด้วย การเคารพต่อผู้อื่นก็เท่ากับเคารพตัวเราเอง ซึ่งวิวทิวทัศน์จากปิ่งจงล่อไปถึงหมู่บ้านอู้หลี่จะมีความสวยงามที่สุด และเป็นช่วงระยะทางที่คุ้มค่ากับการเดินด้วยเท้ามากที่สุด หากกรณีที่คุณไม่มีเวลาและไม่มีแรงพอที่จะเดินด้วย เท้าในช่วงระยะทาง 13 กิโลเมตรที่เริ่มจากปิ่งจงล่อไปถึงชิวน่าถ่งนั้น ให้เดินด้วยเท้าในช่วงระยะทาง 6กิโลเมตรนี้ จะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก